in

[รีวิว] พาไปดูโรงหนังใหม่ “ควอเทียร์ ซีนีอาร์ต” (Quartier CineArt)

Quartier-CineArt-01

มีโอกาสได้ไปร่วมงานเปิดตัวโรงหนังใหม่ในเครือเมเจอร์ฯ ก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปมาเขียนบล็อกให้ทุกๆ คนได้ลองชมกันดูค่ะ ว่า “ควอเทียร์ ซีนีอาร์ต” (Quartier CineArt) ซึ่งอยู่บนชั้น 4 (ตึก The Waterfall Quartier) ของห้างสุดหรู “ดิ เอ็มควอเทียร์” (The EmQuartier) จะมีความพิเศษแตกต่างจากโรงหนังอื่นของเมเจอร์ฯ มากน้อยแค่ไหน และราคาจะแรงเว่อร์เท่ากับที่ “เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีน” (Embassy Diplomat Screens) ของห้าง “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” (Central Embassy) หรือไม่?

Quartier-CineArt-03

สำหรับ Quartier CineArt ถือได้ว่าเป็นโรงหนังที่อยู่ในระดับเดียวกับ Paragon Cineplex ค่ะ แต่มีคอนเซปต์ที่แตกต่างกัน ซึ่งที่ Quartier CineArt จะมาในคอนเซปต์ Extraordinary ที่เน้นความโดดเด่นไม่เหมือนใคร และไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน โดยจะตกแต่งในสไตล์ของ Art Museum (ส่วนที่พารากอนจะเป็นสไตล์หรูหราเหมือนโรงแรม) แต่ตอนนี้บรรยากาศยังดูโล่งๆ ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือยังตกแต่งไม่เสร็จกันแน่

Quartier-CineArt-04

พอเดินเข้าที่บริเวณเคาท์เตอร์ด้านหน้า เราก็ถูกแนะนำให้ทำการโหลดแอพ iTicket มาไว้ในเครื่อง เพื่อที่จะทำการสร้างตั๋วหนังที่มีรูปของเราขึ้นมา และนำ QR Code ที่ได้จากแอพไปแสกนที่ตู้ขายบัตรอัตโนมัติ


Quartier-CineArt-iTicket-01

โหลดแอพ iTicket แล้วทำตามขั้นตอน

Quartier-CineArt-iTicket-02

เสร็จเรียบร้อยก็จะได้ QR Code ไปรับบัตรที่ตู้ขายตั๋ว

Quartier-CineArt-05

นำโค้ดที่ได้มาแสกนที่ตู้ (รวมถึงซื้อตั๋วแบบปกติได้ที่นี่)



ซึ่งตั๋วหนังที่ได้จะเป็นบัตรแบบแข็งค่ะ ด้านหน้าจะเป็นรายละเอียดของหนังเรื่องที่เราชม ส่วนด้านหลังก็จะเป็นรูปที่เราเลือก แต่ถ้าใครไม่สะดวกในการโหลดแอพ ก็สามารถใช้ไอแพดที่โรงหนังมีไว้ให้บริการถ่ายภาพใหม่แทนได้ค่ะ หรือจะใช้เป็นรูปโปสเตอร์หนังก็ได้ โดยเสียค่าบริการใบละ 39 บาท ก็ถือว่าไม่แพงสำหรับคนที่อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพราะบัตรสวยใช้ได้เลยค่ะ

Quartier-CineArt-07

Quartier-CineArt-08

ด้านหลังจะเป็นรูปที่เราเลือก


ลืมบอกไปค่ะ ว่าระบบซื้อตั๋วของที่นี่ต้องซื้อผ่านตู้เท่านั้นนะคะ ไม่มี Box Office ให้ต่อแถวซื้อตั๋วเหมือนที่อื่นแล้ว ซึ่งคาดว่าที่โรงอื่นๆ ก็น่าจะพยายามปรับมาใช้ระบบนี้เช่นกัน

Quartier-CineArt-09

ลองเดินมาดูที่เคาท์เตอร์ขายป็อบคอร์น ส่องๆ ดูเห็นเขียนไว้ว่ามี 5 รสชาติ คือ Sea Salt, Cheesy, Sweety, Caramel และ Truffle แต่ไม่ได้ลองชิมค่ะ

Quartier-CineArt-10-1

เข้าไปดูด้านในโรงหนังกันบ้างค่ะ จะเห็นได้ว่าการตกแต่งด้านในก็จะเน้นโทนสีม่วงเป็นหลัก โดยจะมีโรงหนังทั้งหมด 8 โรง รวม 1,440 ที่นั่ง ราคาค่าตั๋วประมาณ 180-2,000 บาท (ราคาเท่าพารากอน) และสามารถใช้บัตร M-Gen ลดได้ด้วยเช่นกัน โดยจะมีโรงไฮไลท์ทั้งหมด 4 โรง ที่ได้พันธมิตรยักษ์ใหญ่ของไทยมาเป็นเนมมิ่งสปอนเซอร์ (Naming Sponsor)

โรงที่ 1 “อิออน เธียเตอร์แอทควอเทียร์” (AEON Theatre@Quartier)

Quartier-CineArt-AEON-Theatre

AEON Theatre@Quartier ถือเป็นโรงที่หรูหราที่สุดใน Quartier CineArt เทียบได้กับโรง Blue Ribbon ที่พารากอนเลยค่ะ โดยตัวที่นั่งแบ่งเป็นคู่ๆ ทั้งหมด 4 แถว แถวละ 4 คู่ (16 คู่ 32 ที่นั่ง) ลองกดเข้าไปเช็คราคาในเว็บเห็นว่ามีให้เลือกแบบเดียวคือ คือที่นั่งคู่ Q Cocoon Chair (Pair) ราคา 1,800 บาท ส่วนที่นั่งแบบเดี่ยว Q Cocoon Chair (1 Seat) ราคา 1,000 บาท อาจจะต้องไปซื้อที่หน้าโรงเท่านั้น โดยโรงนี้มีความพิเศษคือเป็นโรงแรกในไทยที่ใช้เครื่องฉายระบบ Premium Laser Projector ที่ให้ความคมชัดสว่างกว่าระบบปกติ 20 เท่า และมีบริการ Private Lounge ให้เข้าไปใช้ก่อนดูหนัง ซึ่งจะมีชุดอาหารว่างและเครื่องดื่มให้ด้วยค่ะ

AEON Theatre

โรงที่ 2 “ทรู สกรีน เอ็กซ์” (TRUE Screen X)

Quartier-CineArt-True-ScreenX

True Screen X เป็นโรงที่มีขนาดที่ค่อนข้างเล็กค่ะ มีประมาณ 6-7 แถว แบ่งเป็น Quartier Chair ราคา 350 บาท (72 ที่นั่ง) และ Opera Chair (Pair) ราคา 800 บาท (12 ที่นั่ง) ซึ่งโรงนี้มีความพิเศษคือใช้ระบบการฉาย 3 ทิศทาง (270 องศา) ด้วยเครื่องฉายถึง 9 ตัว คือมีหน้าจอทั้งด้านหน้า ด้านซ้าย และด้านขวา ซึ่งเป็นโรงแรกของไทยที่มีเทคโนโลยีนี้ และเป็นประเทศที่ 3 ในโลกรองจากอเมริกาและเกาหลีใต้ค่ะ แต่ขณะนี้ยังไม่มีหนังเรื่องไหนที่รองรับการฉายในโรงนี้ได้อย่างสมบูรณ์ มีเพียงโฆษณาบางตัวเท่านั้นที่เท่าได้

ลองชมตัวอย่างจากคลิปค่ะ


TRUE Screen X

โรงที่ 6 “เอสซีบี เฟิร์ส สกรีน” (SCB First Screen)

Quartier-CineArt-SCB-First-Screen

SCB First Screen เป็นโรงที่น่าจะธรรมดาที่สุดในบรรดา 4 โรงพิเศษค่ะ แต่จะมีจุดเด่นที่ระบบเสียง Atmos ที่ให้เสียงคมชัด 4 ทิศทาง 64 ช่องเสียง เสมือนว่าอยู่ในเหตุการณ์จริงเลยทีเดียวค่ะ และสามารถฉายระบบ 3D ได้ด้วย ตัวโรงค่อนข้างใหญ่ทีเดียว

Narmal 270 THB
(Narmal 3D 290 THB)
Honeymoon 290 THB
Opera Chair (Pair) 900 THB
(Opera Chair 3D (Pair) 940 THB)

SCB First Screen

โรงที่ 8 โตโยต้า ไอแมกซ์ เธียเตอร์ (Toyota IMAX Theater)

Quartier-CineArt-13

Toyota IMAX เป็นโรง IMAX ที่โรงเล็กกว่าที่พารากอนพอสมควรค่ะ หน้าจอก็เล็กกว่าด้วย และเท่าที่หาข้อมูลดูพบว่าตัวเครื่องฉายถูกย้ายมาจากเมเจอร์ ปิ่นเกล้าค่ะ แต่ใช้จอภาพรุ่นใหม่ Super Primium Screen ที่ให้ภาพสว่างสดใสกว่าเดิมถึง 10 เท่า และระบบเสียง Lase Surround Sound รอบทิศทาง การตกแต่งก็ใช้สีแดงสด เบาะที่นั่งมี 2 แบบคือ เบาะสีแดงและเบาะคู่สีครีมแถวหลังสุด

Quartier-CineArt-14
Premium IMAX 300 THB
Privilage IMAX 350 THB
Ultimate IMAX (Pair) 1200 THB

Quartier-CineArt-Toyota-IMAX

ส่วนโรงที่ 3-7 จะเป็นโรงระบบดิจิตอลทั่วไป (Digital Cinema)

นอกจากนี้ ก็จะเป็นพวกลูกเล่นอื่นๆ เช่น หุ่นยนตร์ต้อนรับ “CineRobot” ที่จะคอยให้ข้อมูลรอบฉาย 4 ภาษา (ไทย จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ) เต้นตามเพลง ถ่ายภาพและปริ้นท์ภาพได้ และในอนาคตก็จะพัฒนาให้สามารถขายตั๋วได้ด้วย รวมไปถึง Wifi Zone แบบ Hi Speed จากทรู และพวกจอภาพ Interactive ต่างๆ ที่ต้องลองไปเล่นกันดูค่ะ


Comments