in ,

[รีวิว] Hostel East57 Asakusabashi โฮสเทลราคาประหยัด เดินทางง่าย ใกล้สถานี มีอาหารเช้า


ยังคงเป็นย่านที่เราแนะนำอีกครั้งค่ะ สำหรับสถานี Asakusabashi หลังจากคราวที่เคยแนะนำโรงแรม Hotel MyStays Asakusabashi กันไปแล้ว โดยครั้งนี้เราขอพามาพักโฮสเทลราคาประหยัดที่ Hostel East57 Asakusabashi กันดูบ้าง

สำหรับการจองในครั้งนี้ เรายังคงจองผ่าน Booking.com เหมือนเดิมค่ะ โดยเราเลือกแบบเตียงเดี่ยวในห้องพักรวมชายหญิง ราคาตกคืนละ 2500 เยน (ราว 750 บาท) รวมอาหารเช้า ซึ่งเราคิดว่าคุ้มค่ามากในราคานี้

ชื่อโฮสเทล : Hostel East57 Asakusabashi

ที่อยู่ : 1-15-5 Asakusa-Bashi, Taito-ku, Tokyo

โทรศัพท์ : +81-3-5809-1681

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Yamanote Line ไปลงสถานี Asakusabashi แล้วเดินต่ออีกประมาณ 400 เมตร / นั่งรถไฟสาย Asakusa Line ไปลงสถานี Asakusabashi ออกทางออก A1 เดินต่อประมาณ 200 เมตร

ราคาต่อคืน : 2,500 เยนขึ้นไป (~ 750 บาท)

ประเภทห้องพัก : ห้องพักรวมชายหญิง / ห้องพักรวมหญิง / ห้องพักสำหรับครอบครัว 3-6 คน

เวลา Check in : ตั้งแต่ 16:00 – 23:00 น.

เวลา Check out : ก่อน 11:00 น.

เวลาอาหารเช้า : 8:00 – 10:00 น.

เว็บไซต์ : https://www.east57.jp/en/



เนื่องจากทริปนี้ไม่ได้เร่งรีบอะไรกันมาก เราจึงนั่งรถไฟ Narita SKY ACCESS Line จากสนามบินนาริตะ ไปลงที่สถานี Oshiage (Skytree) ใช้เวลาประมาณ 74 นาที (ค่ารถ 980 เยน) จากนั้นก็เปลี่ยนไปนั่งสาย Asakusa Line มาลงที่สถานี Asakusabashi ออกทางออก A1

โรงแรมเดินไปไม่ยาก เราเดินตามกูเกิ้ลแมพไป แป๊บเดียวก็เจอป้ายเล็กๆ บอกทางแล้วค่ะ

ถึงแล้วค่ะ Hostel East57 Asakusabashi 

ซึ่งที่นี่นอกจากเป็นโฮสลเทลแล้ว ชั้นล่างยังเป็นบาร์ด้วยค่ะ


Front สำหรับเช็คอินโฮลเทลจะอยู่ด้านใน กรอกข้อมูล จ่ายค่าห้องให้เรียบร้อยค่ะ


ที่ดีมีลิฟต์ด้วยค่ะ ไม่ต้องแบกของขึ้นบันไดให้เหนื่อย

ราคาของใช้ที่ต้องจ่ายเพิ่ม 

เราได้ห้องพักที่ชั้น 3 ค่ะ ออกลิฟต์มาก็เจอกับตู้ล็อคเกอร์ ซึ่งต้องใช้ตู้เลขเดียวกับเตียงที่เราได้

แตะคีย์การ์ดเข้าไปได้เลยค่ะ ระวังเรื่องเสียด้วยนะคะ เพราะมีคนกำลังพักผ่อนอยู่


เข้ามาเจอกับราวแขวนเสื้อ ถังขยะ ตระกร้าใส่ผ้า ตู้รองเท้า และตู้ล็อกเกอร์เก็บของ ซึ่งเล็กมาก ใครที่เอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่มา ต้องลากไปวางแถวๆ เตียงค่ะ

โซนด้านนอกจะเป็นเตียง 2 ชั้น แต่เราจองเตียงชั้นเดี่ยวมา อยู่ด้านหลังผ้าม่านค่ะ

ถือว่าดูดีใช้ได้เลยค่ะ ดูไม่อึดอึดมาก

เราได้นอนเตียงเลข 330 มีคูปองอาหารเช้าด้วย

มีผ้าขนเช็ดตัวให้ด้วย ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ส่วนในห้องก็จะมีทีวี (ต้องใช้หูฟังเท่านั้น) ตู้เซฟ และปลั๊กไฟให้ 1 ช่อง

สำหรับคนที่นอนเตียงเดี่ยว จะมีที่เก็บของอยู่ตรงหัวเตียงค่ะ ไม่ต้องเก็บในล็อคเกอร์

ลองไปดูห้องน้ำและห้องอาบน้ำกันดีกว่า ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 4 เลยค่ะ

ชั้น 4 จะมีตู้กดน้ำด้วยค่ะ

ยังไม่เจอห้องน้ำนะ เพราะชั้น 5 ต้องเดินขึ้นบันไดไปต่อค่ะ 

ขึ้นมาถึงชั้น 5 เลี้ยวซ้ายคือห้องน้ำ เลี้ยวขวาคือห้องอาบน้ำค่ะ

เข้ามาก็จะเจอกับห้องอาบน้ำรวม และเครื่องซักผ้า-เครื่องอบผ้า

หากใครที่ไม่สบายใจ ที่นี่ก็มีโซนสำหรับผู้หญิงด้วย แต่จำนวนห้องก็จะน้อยกว่า

ชั้น 5 ยังมีมุมนั่งทำงานด้วยนะคะ แต่ถ้าช่วงค่ำๆ จะวุ่นวายหน่อย ทั้งคนอาบน้ำ ทั้งคนมาซักผ้า 


สำหรับมื้อเช้า ยื่นคูปองที่ได้มาตอนเช็คอินให้กับพนักงานเลยค่ะ เลือกกับข้าวได้คนละ 3 อย่างเท่านั้น 

แต่จริงๆ ทางโฮสเทลก็มีให้เลือกประมาณ 3-4 อย่างเองค่ะ

ไข่ต้ม สลัด และนัตโตะ สามารถหยิบได้ค่ะ 


พอเลือกกับข้าวได้ครบแล้ว ก็เลื่อนถาดมาสุดเคาท์เตอร์ พนักงานจะตักข้าว ซุปมิโสะ และน้ำให้เลือกค่ะ เราเลือกน้ำส้มมา ซึ่งที่พักราคาไม่ถึงพัน และได้อาหารเช้าขนาดนี้ เราถือว่าคุ้มค่านะ ถึงจะไม่ใช่บุฟเฟ่ต์ก็เถอะ

จุดเด่น

  • ราคาไม่แพงมาก ราวๆ 750 บาทขึ้นไป/คืน
  • ใกล้สถานีรถไฟทั้ง JR และ Metro
  • เดินทางไป-กลับสนามบินง่ายมาก ไม่ต้องเปลี่ยนสายเยอะ
  • มีอาหารเช้า
  • มีลิฟต์
  • เป็นโรงแรมที่ค่อนข้างใหม่ ไม่มีกลิ่นบุหรี่กวนใจ
  • ห้องอาบน้ำ-ห้องน้ำสะอาด แบ่งสัดส่วนชาย-หญิง
  • มีเครื่องซักผ้า-อบผ้าฟรี
  • มีผ้าขนหนู แชมพู ครีมอาบน้ำให้ฟรี ล็อคเกอร์ฟรี ไม่ต้องจ่ายเพิ่มแบบบางที่
  • มีด้านล่างจะเป็นโซนทำหรับคาเฟ่ สามารถไปนั่งได้ฟรี หรือจะขึ้นไปนั่งที่ชั้น 5 ก็ได้

จุดด้อย

  • ไม่มีที่เก็บกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ต้องวางไว้ข้างๆ เตียง
  • เป็นที่นอนสำหรับคนเดียว คนตัวใหญ่อาจจะรู้สึกแคบ
  • เตียงเป็นเตียงสปริง ไม่มีแผ่นรองอีกชั้น ทำให้อาจจะรู้สึกเจ็บเวลานอน
  • ฝักบัวน้ำจเป็นแบบที่ต้องกดให้ไหล แล้วจะหยุดไหลเร็วมาก ต้องกดบ่อย
  • ไม่เหมาะกับคนนอนหลับยาก อาจต้องนอนฟังเสียงกรนคนอื่นทั้งคืน
  • ไม่มีร้านอาหารใกล้ๆ ต้องเดินไปแถวๆ สถานี


Comments