in

“แอร์เอเชีย เอ็กซ์” ขึ้นราคาค่าโหลดสัมภาระ “ญี่ปุ่น-เกาหลี-จีน”


Credit : mingman / Shutterstock.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “แอร์เอเชีย เอ็กซ์” เที่ยวญี่ปุ่นแล้วน้ำหนักกระเป๋าเกิน ทำยังไงดี?

ทำเอาช็อคไปเหมือนกันกับข่าวการขึ้นราคาน้ำหนักสัมภาระใต้ท้องเครื่องของสายการบิน “แอร์เอเชีย” และ “แอร์เอเชีย เอ็กซ์” ในเที่ยวบินต่างประเทศทั้ง 4 เมือง ได้แก่ โตเกียว, โอซาก้า, โซล และเซี่ยงไฮ้ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2560 เป็นต้นไป ที่พอเห็นราคาแล้วก็ถึงกับกุมขมับ ว่านี่คือสายการบินโลว์คอสจริงหรือเปล่าเนี่ย

โดยราคาโหลดกระเป๋าเดิม (จองน้ำหนักพร้อมตั๋วเครื่องบิน) ของเดิมจะเท่ากันทั้งหมดทุกประเทศ

20 กก. 700 บาท
25 กก. 850 บาท
30 กก. 1,100 บาท
40 กก. 1,450 บาท

ส่วนการซื้อน้ำหนักเพิ่มภายหลัง ก็เท่ากันทุกประเทศเช่นกัน

20 กก. 805 บาท
25 กก. 978 บาท
30 กก. 1,265 บาท
40 กก. 1,668 บาท

แต่ราคาใหม่ที่ถูกประกาศออกมานั้น จะมีการปรับอัตราค่าธรรมเนียมน้ำหนักสัมภาระในแต่ละประเทศเฉลี่ยแล้วราคาแพงขึ้นราวๆ 14-60% เลยทีเดียว (ไม่มีผลย้อนหลังกับผู้โดยสารที่ซื้อน้ำหนักไว้แล้ว) 




โดยราคาในเส้นทาง กรุงเทพ-โตเกียว และ กรุงเทพ-โซล จะแพงกว่า กรุงเทพ-โอซาก้า และ กรุงเทพ-เซี่ยงไฮ้ เล็กน้อย




ลองเข้าไปตรวจเช็คการปรับเปรียบค่าธรรมเนียมได้ที่ http://www.airasia.com

ทำไมถึงขึ้นราคา

อ่านจากหลายๆ สำนักข่าว มีบทสัมภาษณ์ตรงกันว่า เป็นการขึ้นราคาเพิ่มสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของธุรกิจ ซึ่งไปๆ มาๆ ถ้ารวมราคาตั๋ว + ค่าธรรมเนียมสนามบิน + ค่าเชื้อเพลิง + ค่าน้ำหนักกระเป๋า ก็อาจจะไม่ต่างจากฟูลเซอร์วิสเท่าไหร่แล้ว

กระเป๋าขึ้นเครื่องต้อง 7 โลเป๊ะ!

ขณะเดียวกันในส่วนของสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องก็มีการเข้มงวดมากขึ้น จากเดิมที่อาจจะผ่อนปรน หยวนๆ ให้นำขึ้นเครื่องได้โดยไม่ต้องชั่งน้ำหนัก แต่ปัจจุบันสายการบินแอร์เอเชียมีนโยบายใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้น คือ ผู้โดยสารสามารถนำกระเป๋าสัมภาระพกพาขึ้นเครื่องได้เพียง 1 ใบเท่านั้น โดยต้องมีขนาดไม่เกิน 56 ซม. x 36 ซม. x 23 ซม. ง่ายๆ คือต้องสามารถนำใส่ช่องเก็บของเหนือศีรษะได้



นอกจากกระเป๋าสัมภาระแล้ว ยังสามารถนำกระเป๋าใส่ของส่วนตัวขึ้นเครื่องไปได้อีก 1 ใบ แต่ต้องมีขนาดไม่เกิน 40 ซม. x 30 ซม. x 10 ซม. และต้องสามารถจัดเก็บใต้ที่นั่งได้

แต่ที่สำคัญคือ น้ำหนักรวมของสัมภาระทั้ง 2 ใบ ต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม

แปลว่าถ้าน้ำหนักเกิน 7 กิโลกรัมจะต้องนำไปโหลดใต้ท้องเครื่องทั้งหมด เพราะทางแอร์เอเชียยังไม่มีบริการซื้อน้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่องเพิ่ม แถมนโยบายนี้ยังนับรวมกระเป๋าโน๊ตบุ๊ค และกระเป๋ากล้องด้วย (จากเดิมส่วนใหญ่จะอนุโลม ไม่นับรวมน้ำหนัก)

เอาจริงๆ ปกติสายการบินอื่นๆ ที่เคยบินมา ก็จะเข้มงวดเรื่องนี้พอสมควร แต่สายการบินของไทย ไม่ใช่แค่แอร์เอเชียมักจะผ่อนผันให้ตลอด มีบ้างที่เห็นว่าเราไม่โหลดใต้เครื่อง ก็จะขอชั่งน้ำหนักดูว่าเกินไหม

คาดว่าอีกไม่นานทางสายการบินน่าจะเพิ่มออฟชั่นเสริม สำหรับซื้อน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องเพิ่ม เป็นรายได้ใหม่เสริมอีกหนึ่งทาง

รวมของในดิวตี้ฟรีไหม?

อ่านจากหลายๆ ที่ เหมือนเขาจะยังไม่นับรวมของฝากในดิวตี้ฟรีนะ ก็ซื้อได้ตามปกติล่ะ แต่บางที่ก็บอกว่าซื้อได้คนละไม่เกิน 2 ถุงใหญ่ ยังไงก็จัดสรรพื้นที่กันให้ดี คนที่ไปต่างประเทศแล้วเป็นขาช้อปก็ซื้อน้ำหนักไปให้เต็มที่ดีกว่า จะได้ไม่กังวล

**อัพเดท 25/09/2017** 

สมาชิกจากเพจ รวมพลคนไปเที่ยวญี่ปุ่น ได้มาแชร์ข้อมูลเพิ่มค่ะ ซึ่งเจ้าของโพสต์เพิ่งเดินทางด้วยสายการบิน Thai AirAsia X จากสนามบินคันไซ (โอซาก้า) ก็พบว่ามีการตรวจกระเป๋าที่เข้มงวดขึ้นอย่างมาก รวมไปถึงการตรวจชั่งน้ำหนักอีกครั้งก่อนขึ้นเครื่องด้วย โดยผู้โดยสารแต่ละคนจะสามารถนำกระเป๋าสัมภาระขึ้นเครื่องได้อีกไม่เกิน 2 ใบ *รวมถุงช้อปปิ้งในดิวตี้ฟรีด้วย* และของทุกชิ้นจะต้องมีน้ำหนักรวมกันไม่เกิน 7 กิโลกรัมค่ะ

ขณะที่ทางฝั่งโตเกียว จากที่เราได้เดินทางเมื่อต้นปี พบว่ายังไม่มีการขอชั่งน่้ำหนักก่อนขึ้นเครื่องแต่อย่างใด ใครที่เจอลองมาแชร์ข้อมูลกันได้นะคะ




อย่าลืมวางแผนช้อปให้ดีนะคะ ถ้าต้องทิ้งของที่ช้อปมาเพราะน้ำหนักเกิน หรือต้องจ่ายค่าน้ำหนักเพิ่มคงไม่สนุกแน่ๆ ค่ะ ถ้าจะเอาชัวร์ซื้อน้ำหนักแล้วโหลดของไปให้มากที่สุดดีกว่าค่ะ


Comments



Content Writer | คนเขียนBlog | GenY85 | บ้าบอล | Chelsea | บางทีก็ติ่งเกาหลี | ทาสแมว | ชอบบ่นนั่นนี่ | ชอบกินชอบเที่ยว | กำลังเก็บ Lv.ในโลกกว้าง | สะสม Exp.เรื่องถ่ายภาพ

Contact Me : smsuki125@gmail.com